|
ช่วงระยะเวลาที่แหมะรักษาตัวอยู่ที่ราชบุรีกับน้องสาว เหมือนเป็นช่วงเวลารวมญาติและคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนาน แหมะดูมีความสุขที่ได้ระลึกถึงความหลังกับคนเหล่านี้มากมาย
ที่มาก็คือ เมื่อก่อนแหมะเป็นสะใภ้คนจีนที่อยู่จ.นครปฐม ก็จะยังมีญาติฝั่งเตี่ยที่รักใคร่แหมะทุกคน รวมทั้งคนรู้จักที่บ้านใกล้เรือนเคียงกับบ้านที่แหมะเคยอยู่ ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยว่าคนเหล่านี้จะไปมาเยี่ยมแหมะ บวกกับระยะทางจ.ราชบุรีกับจ.นครปฐมไม่ได้ห่างกันมากนัก

ช่วงนี้แหมะสดชื่นมาก เหมือนคนได้ไม่ได้เจ็บป่วยใด ๆ เลย ฉันและพี่น้องคนอื่นรู้สึกสบายใจที่เห็นแหมะดูดีขึ้นมา แต่ฉันไม่นับรวมคุณสามีหรอกนะ ดูเขาเงียบขรึม และหงุดหงิดง่าย
หลังจากขับรถกลับจากเยี่ยมแหมะวันหนึ่ง ฉันเห็นเขาเหม่อ ๆ กำลังจะพุ่งไปหาจักรยานคันหนึ่ง
"คุณระวังรถจักรยานซ้ายมือข้างหน้าด้วย"
เขาพูดด้วยเสียงดังว่า "รู้แล้วน่า รำคาญจริง ๆ จะมาพูดมากเป็นพากษ์มวยไปได้ คราวหลังไม่ต้องบอกนะ"
โอ้โห!!!! น้ำตามาเลยคราวนี้ อะไรกันนี่ ตั้งแต่คบกันมา จนแต่งงานกัน ไม่เคยเลยที่จะพูดให้ฉันช้ำใจ ฉันทั้งโกรธทั้งโมโห ฉันเงียบตลอดทาง พอกลับถึงบ้านเลยได้ลดทิฐิแล้วมานั่งคิด ว่ามันมีสาเหตุนะ
เขาไม่ใช่คนแบบนี้ แม่เขากำลังป่วย เขากำลังเครียด ฉันควรให้อภัยเขา ในที่สุดฉันก็พูดกับเขาก่อน แล้วก็ไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก
พอมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นฉันนึกถึงคำพูดแหมะ ที่บอกให้ฉันรีบมีหลานให้เขาได้แล้ว โถ!แหมะจ๋า สถานการณ์แบบนี้ฉันคงทำไม่ได้แน่ ๆ ทุกครั้งที่เจอแหมะเขาจะเน้นเรื่องอาหารการกินของเรา 2 คน ฉันไม่กินอาหารเช้า อย่างดีก็กาแฟ 1 แก้ว ข้าวเย็นไม่ต้องพูดถึง ฉันจะเตรียมให้สามีอย่างเดียว ฉันไม่กินเพราะกลัวอ้วน แหมะบอกร่างกายฉันไม่สมบูรณ์ เลยทำให้ไม่มีลูกซักที
อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่แหมะต้องไปรับครีโมครั้งที่ 2 แต่แล้วเราก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวว่าแหมะต้องเข้ารพ.ที่ราชบุรีด่วน
ฉันกับสามีรีบไปโดยไม่ได้เตรียมสัมภาระอะไรไปมากนัก ไปถึงรพ.เห็นแหมะนอนยิ้มอยู่บนเตียงคนไข้รวม คำถามแรกคือ "เริ่มกินข้าวเช้า-ข้าวเย็นกันแล้วรึยัง"
สามีบอกให้แหมะย้ายไปอยู่ห้องพิเศษดีกว่ามั๊ย แหมะปฏิเสธบอกอยากมีเพื่อนคุยเยอะ ๆ คืนนั้นอาการแหมะไม่ค่อยดีเราเลยค้างที่รพ.
เป็นครั้งแรกที่เฝ้าไข้ และเป็นครั้งแรกที่ต้องนอนใต้เตียงคนไข้ พยาบาลและหมอเวรเดินเช็คคนไข้เกือบทุกชั่วโมง ตื่นเช้ามาแต่ละคนตาเหมือนหมีแพนด้า รวมทั้งแหมะด้วย แหมะไม่สามารถลงนอนได้ ต้องนั่งก้มตัวมาข้างหน้าแล้วกอดหมอน ถ้านอนหงานจะหายใจไม่ต้อง ฉันเห็นแล้วสงสารมาก ๆ
พวกเราผลัดกันนวดให้แหมะ เพราะแหมะจะเริ่มปวดตามกระดูก ตอนนี้แหมะบวมไปทั้งตัว ช่วงที่คุณสามีไปคุยกับหมอ ฉันได้มีโอกาสอยู่กับแหมะ 2 คนฉันนวดขาที่บวมและเย็นเฉียบ พยาบาลพยายามฉีดน้ำเกลือเข้าเส้นเกือบ 10 ครั้งก็หาเส้นเลือดไม่เจอ เขาจิ้มเอาๆ เหมือนจิ้มหนังหมูเลย
แหมะนั่งนิ่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานไปเรื่อย ๆ หลังจากพยาบาลทำงานของเธอเสร็จแล้ว ฉันถามว่าเจ็บรึเปล่า แหมะบอกว่าเจ็บ แต่ฉันไม่ได้ยินแม้แต่เสียงบ่นของแหมะเลย ช่างอดทนซะจริง
ตอนนี้แหมะเริ่มถามหาเตี่ย เตี่ยรับคำว่าจะรีบมาเยี่ยมแต่จะรอครอบครัวใหม่ของเตี่ยเตรียมตัวให้เสร็จก่อน (จะขับรถจากจ.พังงาขึ้นมา)
แหมะอยากกินต้มยำ เป็นช่วงที่พวกเรากลับมาเก็บเสื้อผ้าที่กรุงเทพ คุณสามีทำต้มยำใส่หม้อกลับไปให้แหมะที่ราชบุรี ดูแหมะเจริญอาหารมากกว่าทุกมื้อ
เจ๊กและโกมาเยี่ยมบอกให้แหมะทำพินัยกรรม คุณสามีโกรธมากบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ ในขณะที่แหมะเห็นดีด้วย ก็เลยมีการทำพินัยกรรมที่รพ.โดยมีแพทย์เป็นพยาน แหมะระบุแบ่งสมบัติให้ลูก ๆ จำนวนเกือบเท่า ๆ กันระบุไว้หมดว่ามีลูกหนี้เป็นใครบ้าง จำนวนเท่าไร แล้วมีใครบ้างจะยกหนี้ให้ ใครมาจำนำจำนองให้ถอนคืนไป ถ้าไม่มีกำลังก็ยกให้ รถ บ้าน ที่ดินแบ่งแยกชัดเจน ทำประกันที่ไหนบ้าง
ซึ่งเรื่องพวกนี้บรรดาลูก ๆ ไม่มีใครรู้เลยจริง ๆ แหมะเก็บไว้คนเดียว ถ้าไม่ได้แจงกันวันนั้นคงยุ่งน่าดู
ในตอนเย็นวันนั้นอาการแหมะดีขึ้น เรา 2 คนตั้งใจจะกลับมาเคลียร์งานและลางานเพื่อกลับไปอีกวันต่อมา แต่มีคำพูดหนึ่งของเจ๊กทำให้เราคาใจ
"เอง 2 คนไม่ต้องกลับหรอกคืนนี้ให้นอนกับแหมะนะไม่เกินคืนนี้หรอ" แล้วเจ๊กก็กลับไป
3 คนพี่น้องดูอาการแล้วบอกแหมะดีขึ้นเยอะ กินข้าวได้ ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้สามีเรากลับ น้องสาวคนเล็กจะนอนเฝ้าเอง เราไปส่งน้องคนที่ 2 พอขับรถถึงนครปฐม สามีจอดรถถามเราว่าเราควรกลับไปกรุงเทพคืนนี้ดีรึเปล่า เราบอก
"กลับไปอยู่เป็นเพื่อนแหมะอีกซักคืนดีกว่า เราได้ยินคำพูดเจ๊กแล้วไม่สบายใจ"
กลับมาที่รพ.อีกครั้งน้องสาวคนเล็กเฝ้าไข้อยู่ บอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เราเลยไปนอนที่โรงแรม แต่นอนไม่ถึง 2 ชม.ก็อยากกลับมาที่รพ.อีกครั้ง
---------------------
ขอเล่าถึงน้องสาวคนเล็กซักหน่อย เธอแต่งงานกับคนมีฐานะบ้านใกล้กัน บ้านนี้เขารวยมากขนาดมีตู้เซฟเก็บโฉนดที่ดินถึง 2 ตู้ บางที่ลูก ๆ ยังไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหนบ้าง
เขามีลูกชายแค่ 2 คน คนโตมาเรียนกรุงเทพแล้วไม่ยอมกลับไปช่วยกิจการที่บ้านเลย มีแต่คนที่ 2 ที่แต่งงานกับน้องสาวที่ช่วยงานที่บ้าน ไม่ต้องพูดถึงว่าสมบัติมากมายบางส่วนต้องตกถึงมายังน้องสาวที่มีฐานะเป็นสะใภ้บ้าง (เรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงเขาจะยกให้บางส่วนในฐานะที่ทำให้บ้านเขาดูชดชื่นขึ้นมาทั้งจากตัวน้องสาวเองแถมเพิ่มให้จากการมีหลานอีก 2 คน)
พอแม่เริ่มป่วยแม่เริ่มคิดอะไรหลาย ๆ อย่าง บอกให้น้องสาวคนเล็กไปเรียนสวยเสริมเพิ่มเติมจะได้มีอาชีพเสริม แหมะบอกอนาคตถ้าแหมะไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่มีใครเดาได้ แหมะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้น้อง เพื่อใครจะไม่พูดได้ว่าเอาเงินบ้านสามีไปเรียน
ซึ่งฉันเห็นว่าเหมาะกับน้องสาวมาก เพราะเธอเป็นคนช่างแต่งตัว แถมเป็นคนสวยผิวพรรณดี
-------------------------------------------------

เรานอนที่โรงแรมก็ยังแต่ก็กระวนกระวานอยากกลับไปที่รพ. ประจวบเหมาะกับน้องสาวโทรมาบอกว่าแหมะอาการไม่ดี เรารีบมารพ. แหมะนั่งอยู่บนเตียงพร้อมส่งยิ้มให้พวกเรา บอกไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ทั้งหมอกับพยาบาลรุมกันเต็มไปหมด แหมะบอกว่าหายใจไม่ค่อยออก ต้องให้ออกซิเจน พอเจ้าหน้าที่ไปกันหมดแล้วแหมะก็ถอดออก บอกว่ารำคาญ ไม่มีใครกล้าขัดใจ แต่เวลาเห็นอาการไม่ดีก็ให้แหมะใส่กลับเข้าไปอีก แหมะหลับไปเพราะฤทธิ์ยา ไม่มีใครกล้านอนจนถึงเช้า
คุณสามีบอกเราต้องพาแหมะเข้ากรุงเทพ หมอบอกว่าคนไข้สะเทือนมากไม่ได้
เราก็คิด ๆๆๆๆ จะทำยังไงดี สามีบอกจะเข้ากรุงเทพแล้วรีบไปรีบมาให้เรารอไนรถบอกว่าจะไปบอกแหมะก่อน
ช่วงเวลาที่รอฉันง่วงมากขอหลับซักนิดเถอะ ฉันก็ไม่ได้หลับอยู่ดี คุณสามีวิ่งมากอดแล้วร้องไห้ "แหมะไปแล้ว แหมะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว พี่จะทำยังไงดี" "พี่เข้าไปถึงก็กอดแหมะ แหมะยิ้ม เอาหัวซบอกพี่ แล้วมือกับหัวแหมะก็ตก แล้วแหมะก็ไป แล้ว ๆๆๆๆ......." เริ่มพูดไม่เป็นภาษาอีกต่อไป........
แรงกอดที่แรงของเขาทำให้ฉันมีสติ ฉันไม่ได้ร้องไห้ "ใจเย็น ๆ เราจะต้องโทรไปบอกน้องและญาติมาที่รพ." "มาช่วยเราคิดว่าต้องทำอะไรต่อไป......"
ฉันก็พยุงร่างกายของสามีที่เคยเข้มแข็งกลับเข้าไปรพ.
แล้วขั้นตอนต่าง ๆ ก็ดำเนินไป ทางศาสนาคริสก็มีขั้นตอนอีกหลายเรื่อง ฉันต้องไปหาชุดเพื่อมาแต่งตัวให้แหมะ ฉันรู้ว่าแหมะชอบสีม่วง ฉันหาซื้อชุดผ้าไหมสีม่วง แต่อาจารย์ที่พาฉันไปเลือกบอกไม่เหมาะควรเป็นสีขาวหรือครีม ฉันเลือกสีครีม รองเท้าแหมะใส่เล็กกว่าฉัน 1 เบอร์ ผิดอีกแล้วเพราะแหมะเท้าบวมขึ้น เลยไปเปลี่ยนอีกจนได้
ฉันเตรียมเรื่องชุด น้องสาวแต่งหน้าให้แหมะ บอกแหมะ "ว่านี่คือวิชาความรู้ที่แหมะให้เขาไปเรียน เขากลับต้องกลับมาใช้แต่งหน้าให้แหมะเป็นคนแรก เขาจะแต่งให้แหมะสวยที่สุดเลย"
แหมะเป็นคนสวยอยู่แล้ว พอแต่งหน้าเข้าไปเหมือนแหมะแค่หลับไปเฉย ๆ
เตี่ยมาถึงขณะที่พวกเราอยู่ทีวัดคริสในราชบุรี เตี่ยมาไม่ทันแหมะสิ้นลมจนได้ สามีโกรธเตี่ย ทำไมต้องรอคนเหล่านั้นด้วย ทั้ง ๆ ที่แหมะรอเตี่ยมาตลอดชีวิต ครั้งสุดท้ายเตี่ยก็ยังให้แหมะไม่ได้
......................

สิ่งต่าง ๆ ผ่านไปแล้ว ตั้งแต่นั้นฉันกับสามีเอาใจใส่เรื่องการกินการอยู่อย่างที่แหมะต้องการ 6 เดือนต่อมาฉันก็ตั้งท้อง ฉันฝันถึงแหมะ "ฉันบอกว่าชาติหน้ามีจริงฉันขอเป็นลูกสะใภ้แหมะอีกครั้ง" แหมะบอกว่าเขาก็บอกกับคนอื่นแบบนี้เหมือนกัน
ลูกชายที่เกิดมามีปานที่ข้อมือด้านขวา เหมือนแหมะ แต่ของแหมะไปสักมาเนื่องจากมีความเชื่อว่าถ้ามีปานที่มือจะทำให้ทำมาหากินเจริญขึ้น
สามีพูดว่าเขา"เสียคนที่รักไป 1 คนแต่เขาได้คนที่เขารักเพิ่มมาอีก 1 คน ถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้ 2 คนนี้อยู่พร้อมหน้ากันจัง"
อีกไม่กี่วันจะครบรอบวันที่แหมะจากไปแล้วฉันจึงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อระลึกถึงท่าน และพวกเราคงได้เอาดอกไม้สีม่วงที่แหมะชอบไปไหว้ที่หน้าหลุมด้วย
------------------
แหมะยังอยู่ในใจพวกเราตลอดไป ขอให้แหมะไปสู่สุขคติ
|