calendar

<< January >>

S

M

T

W

T

F

S

28 

29 

30 

31 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2009>>

คุณพ่อ&คุณสามีที่น่ารัก
ทำร้ายจอ..ใจหรือ จอ..จู๋กันแน่
เพราะเขายังอยู่ในใจเราเสมอ
คนที่เรารักกับโรคที่ทำให้เขาจากเราไป
โลกแห่งจินตนาการของผม
ผมกำลังจะเป็นเฮียแล้วครับ





คนที่เรารักกับโรคที่ทำให้เขาจากเราไป

อยากเขียนเรื่องนี้เพราะเห็นคนที่ทำงานกำลังโดนโรคนี้รุมเร้าหลายคน

เป็นโรคที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับทุกครอบครัว

แค่ได้ยินทุกคนก็คงพอจะเดาได้แล้วว่าโรคอะไร

โรคนี้มันไม่น่าจะเกิดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เราเห็นแล้วว่าเขาสุดแสนจะสะอาดสะอ้านกับเรื่องการกินการอยู่ของเขามากมาย

คุณแม่ของสามีนั่นเอง ทุกครั้งที่ได้เจอกันเขาจะสอนเราทุกครั้งเรื่องการกินอยู่ที่ควรถูกสุขอนามัย ขั้นตอนการล้างผักที่ดี การทำอาหารที่อร่อยและสะอาดเป็นอย่างไร ถึงแม้แม่เราจะสอนเรามาตั้งแต่เด็กแล้ว มาเจออีก 1 กระบวนท่าหนักกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

คนที่เรารักกับโรคที่ทำให้เขาจากเราไป

ขอเล่าย้อนกลับไปในอดีดคุณแม่ที่หรือที่ สามีเรียกว่า "แหมะ" เป็นผู้หญิงอดทดสูงคนหนึ่ง ต้องเลิกร้างกับ "เตี่ย" ด้วยสาเหตุว่า มันโดนใจหญิงอื่นน่าดู (เรื่องนี้ก็มันส์ไว้มาเขียนเล่าวันหลัง) "แหมะ" ซึ่งเป็นสะใภ้คนจีนแท้ ๆ ออกจากบ้านมาพร้อมหอบลูกสาวคนเล็ก (ส่วนอีก 2 คนอยู่กับก๋งและอาม๊า) โดยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ติดตัวมามากมาย

แต่ในที่สุดผ่านมาเกือบ 20 ปีก็มาตั้งตัวได้ เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวที่ดิ้นรนจนมีฐานะดีขึ้นมาได้

แล้วมาวันหนึ่ง แหมะก็มาหาบอกว่าจะให้พาไปหาหมอ รพ.ที่เคยไปหา ดูแล้ววินิจฉัยโรคไม่ถูก (เอ๊ะ!!! ทำไมแหมะจะรู้ดีกว่าหมอล่ะนี่) คุณสามีซึ่งเป็นลูกชายคนโตและสะใภ้อย่างเราไม่รีรอที่จะทำตามคำขอของแหมะ แต่กว่าจะรู้ผลตรวจใช้เวลาเกือบ 2 เดือน แหมะไม่ปริปากที่จะรอ บอกว่าขอให้รู้ว่าเป็นอะไรเท่านั้นแหละจะได้เข้าสู้กระบวนการรักษาซะที

แล้ววันนั้นก็มาถึง คุณสามีไม่ได้ไปฟังผลด้วย เนื่องด้วยติดลูกค้าตปท.ด่วน คุณหมอแจ้งให้ญาติเข้าไป ซึ่งก็มีแต่เราคนเดียว คุณหมอแจ้งว่า "คุณแม่คุณเป็นมะเร็งที่ปอดระยะที่ 3"

โครม!!!!!! เหมือนตึกถล่มเลยที่เดียว ฉันไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าจะได้ยินแบบนี้ ฉันน้ำตาล้นจอทันที (ทั้ง ๆ ที่นี่คือแม่สามีไม่ใช่แม่ตัวเองนะ แต่ความผูกพันธ์มันเกิดมาตั้งแต่เป็นสะใก้บ้านนี้แล้ว)

คำถามแรกฉันถามออกไปว่า "แล้วจะรักษาอย่างไรได้บ้าง"

ได้คำตอบว่า "คุณไม่ต้องรักษา แม่จะอยู่กับคุณได้อีกไม่นาน ให้คุณพาท่านเที่ยวหรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ท่านสบายใจที่สุด" 

ฉันโมโหกับคำตอบที่หมอบอกมาก "ใช่สิเขาไม่ใช่แม่คุณหมอหนิ คุณหมอก็พูดได้"

คุณหมอได้แต่ยิ้ม แล้วเรียกประวัติคนไข้คนต่อไปเข้ามา พร้อมบอกให้ผู้ช่วยดูแลเราด้วยให้หายจากอาการสะอึกสะอื้นก่อนแล้วค่อยให้ออกไปพบแม่

คนที่เรารักกับโรคที่ทำให้เขาจากเราไป

ฉันโทรเล่าให้คุณสามีฟัง แล้วถามว่าควรบอกแหมะหรือเปล่า เขาบอกให้พูดทุกอย่าง แต่เราจะเลือกหาวิธีรักษา เขาบอกอีกว่าแหมะเข้มแข็งพอจะรับรู้ได้ และที่สำคัญแหมะเป็นคนฉลาดยังไงก็ต้องรู้ และถ้ารู้ทีหลังแหมะจะโกรธมากที่ไม่บอก

ฉันออกมาหาแหมะ ฉันไม่กล้าแม้แต่สบตา

ในมือของแหมะถือลูกประคำลูกเล็ก กำลังนั่งนับ-ไปนับมาอยู่

แหมะพูดว่า "บอกทุกอย่างที่คุณหมอพูดให้แหมะฟัง"

ฉันบอกว่า "แหมะมีปัญหาที่ปอด" แหมะนิ่งไป

ฉันรีบพูดต่อ "แต่เราจะไปหารพ.ที่เก่งในเรื่องรักษาพวกนี้ ทุกโรครักษาได้นะแหมะ ขอแต่แหมะต้องมีกำลังใจเท่านั้นนะ"

แหมะพูดต่อ "แหมะเป็นมะเร็งใช่มั๊ย"

ฉันพยักหน้า พร้อมกลั้นน้ำตา ฉันทำตามที่คุณสามีบอกแต่ฉันพูดไม่หมด

ใครจะรับได้ทั้งหมดต่อให้เข้มแข็งขนาดไหนก็เถอะ

ตลอดทางที่กลับบ้านแหมะเงียบมาก ๆ เงียบจนฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฉันจะพาแหมะไปกินข้าว แหมะปฏิเสธบอกอยากกลับบ้านอย่างเดียว พอกลับถึงบ้านก็นั่งเหม่อลอย วันนั้นฉันจำได้ฉันทำเกี๊ยวน้ำมาให้แหมะกิน แหมะก็คงยังรักษาน้ำใจคนอื่นอีกตามเคย "อร่อยมากลูก" แหมะกินไปแค่ 2-3 คำ ฉันเดินเข้าครัวไปร้องไห้อีกจนได้

คุณสามีเข้มแข็งมาก ไม่เห็นมีน้ำตาเหมือนฉันเลย ปกติเขาเป็นคนเงียบอยู่แล้ว ตอนนี้เขายิ่งเงียบเพิ่มขึ้นอีก แต่ตรงข้ามถ้าเขาอยู่กับแหมะเขาจะมีเรื่องพูดเยอะมาก ตอนนี้แหมะไม่ค่อยซึมแล้ว แต่จะคอยถามว่าจะไปรักษาที่ไหน

ฉันและสามีเริ่มค้นหาข้อมูล จากหนังสือ คนรู้จัก อินเตอร์เนท และเริ่มดูแลอาหารการกินแหมะมากขึ้น เน้นชีวจิต ต้มน้ำอาร์ซี พาไปเที่ยว ช็อปปิ้งเสื้อผ้า ฯลฯ 

คนที่เรารักกับโรคที่ทำให้เขาจากเราไป

จนขบวนรักษามาถึง แหมะได้รับการฉายแสงประมาณ 20 ครั้ง ผลปรากฏว่าเจ้าก้อนเนื้อร้ายที่เคยมีหายไปแล้ว แต่คุณหมอก็ยังนัดดูอาการเป็นครั้งคราว

แหมะกลับไปอยู่ที่บ้านดำเนินกิจการที่สร้างมาอย่างปกติ ทั้งหมดรวมเวลาประมาณ 2 เดือน แหมะบอกว่าเริ่มแน่นหน้าอก จึงกลับมาหาคุณหมอคนเดิม

ปรากฏว่าที่ปอดปกติดี แต่มะเร็งมันไปเล่นงานที่ตับเข้าแล้ว คุณหมอบอกคงต้องให้ครีโม เลือกชนิดยาจากตปท.ซึ่งคุณหมอบอกมีผลข้างเคียงน้อย (ซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจคนไข้น้อยที่สุด เช่น ผมไม่ค่อยร่วง ผิวหนังลอกไหม้เกรียมน้อย) ซึ่งก็มีผลต่อค่าใช้จ่ายที่สูง คุณสามีบอกยอมต่อผลตรงนั้น ถามถึงผลการรักษา ได้ยินแล้วก็น่าใจหาย คุณหมอบอก 50:50

แหมะได้รับครีโมไป 1 ครั้ง แต่จะร้อนข้างในตลอดเวลา พัดลม แอร์ ไม่ช่วยอะไรเลย เหงื่อจะออกตลอดเวลา แต่ตัวเย็นมาก ๆ น้องสาวคุณสามีแนะนำให้ไปอยู่กับเขาที่ราชบุรี เพราะอากาศน่าจะดีกว่าอยู่กรุงเทพ และรอการรับครีโมครั้งที่ 2

เราเลยได้ไปราชบุรีกันเพื่อเยี่ยมแหมะบ่อย ๆ

.......................................

Posted on Fri 22 Jun 2007 9:59
 

Comments

อ่านแล้วเศร้าจังเลย ขอให้มีปาฏิหาริย์ แหมะหายจากโรคนี้ด้วยเถิด
   
Fri 14 Sep 2007 1:25 [6]

ปารย์...เศร้ามาก

อ่านเรื่องของแหมะแล้วทำให้คิดถึงเรื่องของป๊าเราเลย..แบบเดียวกันเป๊ะ งือๆๆ

พ่อเราตอนรู้นะ..ขั้นที่สี่แล้ว..รักษาแล้วทุกทางเช่นกัน..แต่เรามิสามารถสู้กับมะเร็งได้เนอะ

พ่อเรานะ..จากเข้มแข็ง...พอผมเริ่มร่วงนะ..ลิ้นเริ่มบวม..กลืนน้ำไม่ได้..ความเข้มแข็งก็หายหมดเลยอ่ะ

เฮ่อ..ขอให้มียารักษามะเร็งได้ด้วยเถอะ
   
Fri 22 Jun 2007 16:58 [5]

อ่านแล้วเศร้าปนใจหายจังเลยค่ะ
โรคนี้ไม่เข้าใครออกใครเลยนะ
แหม่ะเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก ๆ เลยจ้ะ
   
Fri 22 Jun 2007 16:40 [4]

เอาใจช่วยนะจ๊ะ
   
Fri 22 Jun 2007 16:28 [3]

พี่ปารย์อ่านแล้วน้ำตาคลอตามไปด้วยเลย สงสารแหมะจังเลย แต่ฟังดูแล้วแหมะเข้มแข็งมากๆๆ ภาวนาขอให้แหมะหายขาดจากโรคนี้ด้วยนะคะ
แหมะเป็นคนดี ผลดีย่อมครองค่ะ

ปล.แหมะคือคุณย่าที่ช่วยเลี้ยงไอดินหรือเปล่าคะ
   
Fri 22 Jun 2007 13:04 [2]

งือ งือ อ่านแล้วเศร้าจังปารย์ สงสารแหมะจังเลย แต่กำลังใจเข้มแข็งเท่านั้นที่จะช่วยได้
คิดถึงแม่ตัวเองเลย
จะรออ่านต่อนะจ๊ะ
   
Fri 22 Jun 2007 10:08 [1]

 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง